บริการออนไลน์

Login Form

 

    newscms thaihealth c abekloquwy16

 

               

             รถจักรยานยนต์ หรือที่เราเรียกว่ารถมอเตอร์ไซค์ถือเป็นยานพาหนะยอดฮิตของคนไทย  เนื่องจากใช้งานสะดวก  เดินทางว่องไว สามารถลัดเลาะไปตามช่องแคบได้ง่าย   แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็นยานพาหนะที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บ  เปรียบเสมือน “เนื้อหุ้มเหล็ก”  เมื่อเกิดอุบัติเหตุส่งผลให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร  มักเกิดการบาดเจ็บอยู่เสมอ   ซึ่งนอกจากยานพาหนะสาธารณะและรถที่มีขนาดใหญ่แล้ว  จักรยานยนต์ก็ถือเป็นพาหนะที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มากที่สุดเช่นกัน

จากข้อมูลการเฝ้าระวังการบาดเจ็บระดับชาติ (Injury Survillance : IS)  ในปี พ.ศ. 2557  พบว่า  รถมอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บสูงสุดถึงร้อยละ 83.20 สูงเป็นอันดับหนึ่ง  และในกลุ่มผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยบาดเจ็บรุนแรงถึง ร้อยละ 87.32  แยกเป็นผู้ขับขี่ร้อยละ 86.13 และผู้โดยสารร้อยละ 93.96

            นอกจากนั้น   จากการบาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดจากการใช้รถมอเตอร์ไซต์เป็นยานพาหนะจะพบการสูญเสียในกลุ่มเยาวชนวัย 15-19 ปีสูงเป็นอันดับหนึ่ง  และในช่วงนี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่  เชื่อว่าหลายคนกำลังวางแผนและเตรียมตัวออกเดินทางไปพักผ่อนในเทศกาลสำคัญดังกล่าว  ทำให้ในช่วงนี้บนท้องถนนมีการใช้ยานพาหนะมากขึ้น  ซึ่งก็เท่ากับว่าเมื่อมีการใช้รถเพิ่มขึ้นโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นตามไปด้วย  เพื่อที่จะได้เดินทางท่องเที่ยว  กลับบ้าน  หรือใช้วันหยุดที่จะถึงนี้อย่างปลอดภัย  เรามาดูกันว่าการขับขี่แบบไหนจะทำให้เราปลอดภัยกับชีวิตมากที่สุดกันค่ะ

         ก่อนสตาร์ท

        1.งดดื่มสุราก่อนขับขี่

        2.ตรวจเช็คเลขทะเบียนท้ายรถ ป้ายวงกลม  และพกใบอนุญาตขับขี่ทุกครั้ง  เพื่อใช้แสดงข้อมูลของรถต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร

        3.ตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมขับขี่

        4.สวมหมวกนิรภัยก่อนขับขี่ทุกครั้ง

        5.แต่งกายด้วยเสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้าที่รัดกุม เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังถลอก หรือเป็นแผลเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง

 

           ขณะขับขี่

        1.ไม่ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ด้วยความเร็วสูง

        2.ไม่บรรทุกสิ่งของหรือผู้โดยสารน้ำหนักมากเกินไป  เพราะจะเสียการทรงตัว

        3.ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

        4.ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง

         สาเหตุการเสียชีวิตทางท้องถนนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดกับ  คนเดินถนน  ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว  และไม่สวมหมวกนิรภัย สสส. ได้ร่วมกับแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.)  ดำเนินการการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางท้องถนน  โดยใช้การใช้กลไกแนวราบ  คือ  1.การบริหารจัดการอย่างเข้มแข็ง  2.แก้ไขจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง  3.การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น  โดยกลไกดังกล่าวสามารถลดอุบัติเหตุได้กว่าครึ่งหนึ่ง ใน จ.ภูเก็ต และกำลังขยายแนวทางการแก้ไขไปยังทุกจังหวัดของประเทศไทย

         ทุกการบาดเจ็บบนท้องถนนไม่ว่าจะน้อยหรือมาก  ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น  ดังนั้นปัญหาอุบัติเหตุทางถนนจึงถือเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่สสส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการแก้ไขสร้างมาตรการและยกระดับมาฐานยานพาหนะปลอดภัย แต่ถึงแม้เราจะมีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีล้ำสมัยมากเพียงใด ก็คงไม่สามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้เลย หากผู้ขับขี่ยังขับรถโดยประมาทและไม่เคารพกฎจราจร